|
|
การจัดตั้งธุรกิจเงินร่วมลงทุน
เครือธนาคารกสิกรไทยมีนโยบายที่จะดำเนินตามทิศทางการเป็นธนาคารที่ให้บริการครบวงจรและเต็ม
รูปแบบ
เพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าโดยขยายขอบเขตธุรกิจไปยังธุรกิจการเงินอื่น
และมีแผนยุทธศาสตร์มุ่งเน้นการเจริญเติบโตกลุ่มลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการ
เพื่อสนองตอบตามนโยบายและแผนยุทธศาสตร์ดังกล่าว
ธนาคารได้ดำเนินการจัดตั้งบริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินร่วมลงทุน
เพื่อเพิ่มทางเลือกให้แก่กลุ่มลูกค้าธุรกิจผู้ประกอบการในการระดมเงินทุน
นอกเหนือจากเงินสินเชื่อที่เครือธนาคารกสิกรไทยให้อยู่ในปัจจุบัน
โดยลูกค้าจะได้รับการสนับสนุนด้านเงินทุนในส่วนของทุน (Equity)
เพื่อสนับสนุนการขยายกิจการ นอกจากนี้
ลูกค้าจะได้รับความช่วยเหลือในการดำเนินธุรกิจให้ประสบผลสำเร็จจากผู้ร่วมลงทุนมืออาชีพ
เช่นการ จัดหาพันธมิตรทางธุรกิจเพื่อ เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การตลาด การจัดการ
ฯลฯ
โครงสร้างของธุรกิจเงินร่วมลงทุน
ในเบื้องต้นธนาคารกสิกรไทยใช้เงินลงทุนขั้นต่ำจำนวน 200 ล้านบาท
ลงทุนในนิติบุคคลร่วมลงทุน (บริษัทร่วมทุน เค-เอสเอ็มอี จำกัด)
เพื่อลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อม (SME)
ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวรซึ่งไม่รวมที่ดินไม่เกิน 200 ล้านบาท
และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน โดยผู้บริหารนิติบุคคลร่วมลงทุนคือ
บริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินร่วมลงทุน ข้าวกล้า จำกัด (บลท. ข้าวกล้า) ซึ่งถือหุ้น
100% โดยบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุน กสิกรไทย จำกัด (KAsset)

การบริหารและจัดการ
การบริหารและจัดการเงินลงทุนจะอยู่ภายใต้ความรับผิดชอบของคณะกรรมการพิจารณาการลงทุน
(Investment Committee)
ซึ่งจะประกอบด้วยผู้จัดการนิติบุคคลร่วมลงทุนในฐานะผู้แทนของบริษัทหลักทรัพย์จัดการเงินร่วมลงทุน
ข้าวกล้า จำกัด กรรมการผู้แทนของผู้ถือหุ้นในบริษัทเงินร่วมลงทุน
โดยคณะกรรมการพิจารณาการลงทุนนี้ จะทำหน้าที่กำหนดนโยบายการลงทุนพิจารณาการลงทุน
ติดตามประเมินผลการลงทุน
นโยบายการลงทุน
-
ร่วมลงทุนในวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SME) ที่มีมูลค่าสินทรัพย์ถาวร
(ซึ่งไม่รวมที่ดิน) ไม่เกิน 200 ล้านบาท และมีการจ้างแรงงานไม่เกิน 200 คน ณ
วันที่เข้าร่วมโครงการ
-
ร่วมลงทุนในธุรกิจโดยเข้าไปถือหุ้นใน SME คิดเป็นสัดส่วนขั้นต่ำ 10% แต่ไม่เกิน 50
% ของทุนจดทะเบียนหลังร่วมลงทุนแล้ว
-
นิติบุคคลร่วมลงทุนมีนโยบายลงทุนในฐานะนักลงทุนทางการเงิน (Financial Investor)
โดยจะไม่เข้าไปก้าวก่ายการบริหารจัดการประจำวันของธุรกิจ
นอกเหนือจากการใช้สิทธิในฐานะผู้ถือหุ้นรายหนึ่ง
โดยการบริหารจัดการธุรกิจประจำวันจะขึ้นอยู่กับเจ้าของ
หรือผู้ถือหุ้นหลักของกิจการนั้น ๆ
-
ลงทุนในอุตสาหกรรมทั่วไป ไม่จำกัดประเภทอุตสาหกรรม
-
เจ้าของหรือผู้ถือหุ้นหลักของกิจการจะต้องถือหุ้นในสัดส่วนที่มากกว่านิติบุคคลร่วมลงทุน
-
การลงทุนในแต่ละโครงการ/บริษัท มีระยะเวลาการลงทุนตั้งแต่ 3 ปีขึ้นไป
แต่ไม่เกิน 5 ปี
-
รูปแบบการลงทุนอาจอยู่ในรูปแบบ หุ้นสามัญ หุ้นบุริมสิทธ์
ตราสารที่สามารถแปลงเป็นหุ้นได้ หรือ Equity Linked Instrument อื่นๆ
คุณลักษณะของวิสาหกิจขนาดกลางหรือขนาดย่อมที่เข้าข่ายการร่วมลงทุน
-
เนื่องจากการลงทุนในฐานะ Financial Investor
ผลสำเร็จของการลงทุนจะขึ้นอยู่กับความสามารถในการบริหาร และจัดการธุรกิจของเจ้าของ
หรือ ผู้ถือหุ้นใหญ่เป็นหลัก ดังนั้นโครงการ/บริษัท
ที่กองทุนจะร่วมลงทุนควรจะต้องดำเนินการมาแล้วไม่ต่ำกว่า 3 ปี
หากกรณีที่กิจการดำเนินการไม่ถึง 3 ปี
เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าของมีประสบการณ์การบริหารกิจการนั้น ๆ
ผู้บริหารหรือเจ้าของควรจะต้องมีประสบการณ์ในธุรกิจนั้น ๆ มาแล้วไม่ต่ำกว่า 5 ปี
-
มีศักยภาพในการเติบโตและทำกำไรสูง
-
มีแผนธุรกิจที่ชัดเจน
-
มีระบบการบริหารจัดการที่ดี และการจัดการโดยเน้นหลักธรรมาภิบาล
-
ดำเนินธุรกิจที่ไม่ขัดต่อศีลธรรม
-
ดำเนินธุรกิจที่เป็นประโยชน์แก่เศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ
-
ผู้ถือหุ้นใหญ่ เจ้าของ หรือผู้บริหาร ของบริษัท ไม่มีประวัติการทุจริต
สนใจข้อมูลเพิ่มเติม กรุณาติดต่อ
บริษัท หลักทรัพย์จัดการเงินร่วมลงทุนข้าวกล้า จำกัด
โทรศัพท์ : 0 2693 2333
โทรสาร : 0 2693 2323
อีเมล์ : info@khaokla.com
Download ใบสมัครคลิกที่นี่
|